เที่ยวพม่า...สัมผัสดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์

เจดีย์ป่าวต่ออู เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลสาบอินเล



ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพม่า การเที่ยวทะเลสาบอินเล นอกจากการชื่นชมกับภูมิประเทศ และธรรมชาติที่บริสุทธิ์แล้ว การสัมผัส วิถีชีวิตของชาวเมือง อย่าง ชาวอินตา ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ นักท่องเที่ยวประทับใจไปนานแสนนาน 

การเที่ยวชมทะเลสาบอินเลเป็นเรื่องปกติของนักท่องเที่ยว แต่ความน่าสนใจกลางทะเลสาบแห่งนี้ คงเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นั่นก็คือ วิหารที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อยามมองจากทะเลสาบ  “เจดีย์ป่าวต่ออู ( Phaung daw OoPagoda)


เจดีย์ป่าวต่ออู แห่งนี้ เป็นเจดีย์ที่มีพระพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานอยู่จำนวน 5 องค์ 

ในช่วงงานบุญประเพณีในเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีการแห่เพียงสี่องค์เท่านั้น พระพุทธรูป ทั้ง5 นี้   พระเจ้าอลองสิทธู ทรงนำกลับมาจากแหลมมลายู ในศตวรรษที่ 12 และโปรดให้นำไปไว้ยังถ้ำใกล้ทะเลสาบ จนอีกร้อยปี ให้หลัง ได้มีคนไปพบเข้า และได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในเจดีย์ป่าวต่ออูแห่งนี้  จากนั้นมีผู้เลื่อมใสศรัทธา หลั่งไหลมาปิดทององค์พระกันไม่ขาดสาย ยิ่งทองหนาขึ้น องค์พระยิ่งดูเหมือนลูกบอลทองคำลูกกลมๆเข้าไปทุกที ช่วงงานบุญประเพณีป่าวต่ออู จะมีการอัญเชิญ พระพุทธรูปขึ้นเรือหลวงแห่ไปตามชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในละแวกทะเลสาบ 10 แห่ง เป็นเวลาสองสัปดาห์เต็ม หัวเรือทำเป็นรูปนกการเวกปิดทองอย่างสวยงาม ดูคล้ายงานพระราชพิธีในสมัยโบราณมาก การที่อัญเชิญพระพุทธรูปออกมาเพียง 4 องค์ นั้น มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า แต่เดิมนั้น ชาวบ้านอัญเชิญ พระพุทธรูปออกมาแห่ทั้ง 5 องค์ แต่ในปี พ.ศ.1965 เกิดพายุใหญ่ ทำให้เรือพลิกคว่ำ จมลงก้นทะเลสาบชาวบ้านช่วยกันงมพระพุทธรูปขึ้นมา แต่ก็พบเพียงสี่องค์เท่านั้น

เมื่อครั้นนำพระพุทธรูปทั้งสี่กลับมาที่วัด กลับพบพระพุทธรูปองค์ที่ 5 ซึ่งงมเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ตั้งรออยู่ในสภาพที่ยังมีเศษวัชพืชติดอยู่เต็มองค์ เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก

นับแต่นั้นมาจึงไม่มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกไปไหนเลย ส่วนตำแหน่งที่เรือพลิกคว่ำ ในปัจจุบันได้สร้างเสาปักเอาไว้เป็นที่หมาย หัวเสา ทำเป็นรูป ฮิ่นตา (หงส์)


ทุกปีในเดือนตุลาคม ในช่วงออกพรรษา จะมีงานยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวอินทา ในทะเลสาบอินเล นั่นคือ จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูป ลงเรือการเวก ซึ่งเป็นนกในตำนานของชาวพม่า แล้วแห่ไปรอบๆทะเลสาบ โดยมีเรือร่วมในริ้วขบวนที่สวยงามนับร้อยลำ รวมถึงการพายเรือด้วยเท้าลำละหลายสิบคน ขบวนแห่จะมีราว 15 วัน ไปตามวัดต่างๆ 15 แห่งรอบๆทะเลสาบ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้



กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของชาวอินตา และผู้คนในรัฐฉาน เป็นความใฝ่ฝันของพวกหนุ่มๆ ที่จะได้มีโอกาสอาสาลงเรือพายด้วยเท้าในขบวน หรือเข้าร่วมการแข่งขันพายเรือระหว่างหมู่บ้าน อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย เพราะนั่นจะหมายถึงการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ และเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ทุกวัดในหมู่บ้านที่ขบวนเรือไปจอดพัก ชาวบ้านจะจัดมหรสพสมโภชอย่างเอิกเกริก มีคนพม่าและชาวต่างชาติหลั่งไหลมาชมพิธี มากมายในแต่ละปี

ด้วยวิถีชีวิตบนทะเลสาบที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก  การเดินทางท่องเที่ยวทะเลสาบอินเลจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่กระหายการท่องเที่ยว ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในรัฐฉาน  ประเทศเมียนมาร์ (พม่า)ที่น่าจดจำ



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  sprtour.com
Learn more »

วิหารชเวนันดอร์ หนึ่งเดียวที่เหลือลอด



ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เราต่างรู้ดีว่า เมืองมัณฑะเลย์เป็นราชธานีแห่งสุดท้ายของพม่า สถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายแหล่ ในเมืองมัณฑะเลย์ ได้ถูกเผาทำลายไปพร้อมกับไฟสงคราม วิหารเก่าแก่ที่ยังเหลืออยู่ในมัณฑะเลย์เพียงหนึ่งเดียว เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่สมัยพระเจ้ามินดง นั่นคือ  วิหารชเวนันดอร์  (Shwenandaw) วิหารที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง อย่างอลังกาลงานสร้าง  เป็นวิหารไม้สัก เพียงหลังเดียวของพระเจ้ามินดงที่รอดจากการเผาทําลายในช่วงสงครามโลก 

งานไม้แกะสลักที่สวยงาม  ประดับตกแต่งด้วยไม้แกะสลักที่เป็นรูปเทวดาต่างๆ วิจิตรงดงาม  มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี และที่นี่ เคยเป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง

ยิ่งเป็นสถาปัตยกรรมแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ ยิ่งทำให้ที่นี่น่าสนใจ  ความอลังการ ความงดงาม และความวิจิตรตระการตา จะปรากฏให้เห็นต่อสายตาผู้มาเยือน



"พระเจ้ามินดง" กษัตริย์ผู้ทรงสร้างที่นี่ มักจะมาปฏิบัติธรรม นั่งบำเพ็ญสมาธิ และสุดท้ายก็สิ้นพระชนม์ภายในพระตำหนักหลังนี้เช่นเดียวกัน


วิหารชเวนันดอร์ ในอดีตนั้นเคยเป็นวัดชเวนันดอร์มาก่อน ซึ่งปัจจุบันตั้งในเขตพระราชวังมัณฑะเลย์ เป็นสิ่งปลูกสร้างยุคสมัยของพระเจ้ามินดงเพียงหลังเดียวที่ยังเหลือรอด

หลังจากที่พระเจ้ามินดง สิ้นพระชนม์ลงที่อารามแห่งนี้ พระเจ้าตี่ป่อก็โปรด ให้ย้ายวัดชเวนันดอร์ออกมาไว้ยังที่ตั้งในปัจจุบันซึ่งอยู่ในเขตของพระราชวังมัณฑะเลย์ ซึ่งนับว่าเป็นการดี เพราะต่อมาพระราชวังมัณฑะเลย์ก็ถูกทำลายลงในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่วิหารชเวนันดอร์ไม่ถูกทำลายและยังหลงเหลือความงดงาม วิจิตรการตาให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม


เดิมพระเจ้าตี่ป่อทรงใช้อารามนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมส่วนพระองค์ ภายหลังจึงได้ถวายให้เป้นเสนาสนะสงฆ์ และได้จัดงานฉลองครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อปี ค.ศ. 1979 

ในสมัยก่อนวิหารแห่งนี้เคยหุ้มด้วยทองประดับกระจกสีทั้งภายในและภายนอก แต่เวลานี้ทองได้หลุดลอกออกหมด ที่ยังเหลือให้เห็นอยู่บ้างจะเป็นบริเวณเพดานเท่านั้น และด้านในของตัววิหารยังมีพระแท่นของพระเจ้าตี่ป่อกับบัลลังก์ที่ย่อส่วนจำลองมาจากของจริงนั้นเก็บรักษาเอาไว้ภายในพระอารามด้วย

ปัจจุบันวิหารชเวนันดอร์ได้ชื่อว่ามีงานไม้ฝีมือวิจิตรประณีตมาก


บาดแผลจาก "สงคราม" ทำลายสิ่งทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ชนิดไม่อาจเรียกคืนได้

ความทรงจำแห่ง "มัณฑะเลย์" ยังสวยงามเสมอ ถึงจะเหลือเพียวเศษซาก

จะสวยงามแค่ไหนคงตอบไม่ได้  เท่ากับเราได้ไปสัมผัสเองอย่างใกล้ชิด ที่ปลายทางมัณทะเลย์  ประเทศเมียนมาร์ (พม่า)


ที่มา  moohin.in.th/trips/myanmar


Learn more »

เจดีย์มิงกุน ความใหญ่โตที่สร้างไม่เสร็จ



อีกหนึ่งความใหญ่โตอลังกาลงานสร้างในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ คงเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกเสียจาก เจดีย์ที่มีนามว่า “มิงกุน”  ความใหญ่โตนี้สร้างไม่เสร็จหรอกครับ  แต่ทั้งหมดเหลือไว้แค่เพียงหลักฐานและร่องรอยแห่งความทะเยอะทะยานของพระเจ้าปดุง  และเหลือเพียงเศษซากไว้ให้เราได้ชมกัน

ที่ท่าเรือหมู่บ้านมิงกุน เมื่อขึ้นฝั่ง เราจะพบโบราณสถานจุดแรกที่มีชื่อว่า เจดีย์เซตตอยา ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างครอบรอยพระพุทธบาทจำหลังบนหินอ่อน เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวย่างสู่ดินแดนที่พระเจ้าปดุงมีพระราชดำริจะสร้างเจดีย์มิงกุน หรือ เจดีย์จักรพรรดิ ที่ใหญ่ที่สุดและสูงกว่าเจดีย์ใดๆในสุวรรณภูมิ




เศษซากเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างไม่เสร็จ มีสิงห์คู่ประดับอยู่ด้านหน้า ภายในวิหารมีพระพุทธรูปขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ มองเห็นพุทธศาสนิกชนแวะเวียนเข้าไปกราบไหว้บูชา ขอพรจากองค์พระอยู่ไม่ขาดสาย ซึ่งจะมีพระสงฆ์คอยสวดมนต์อยู่ภายในวิหาร



เหตุผลที่สร้างไม่เสร็จ

หลังจากที่พระเจ้าปดุงได้เคลื่อนทัพไปตียะไข่ แล้วสามารถชะลอพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ จึงทรงฮึกเหิมและมั่นพระทัยว่า พระองค์ทรงมีฤทธานุภาพเหนือมหาราชทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ของพม่า

พระองค์จึงต้องการที่จะกระทำการใหญ่ขึ้นและยากขึ้น ด้วยการทำสงครามแผ่พระบารมีไปรอบด้าน และกรีธาทัพมาตีกรุงรัตนโกสินทร์ที่เพิ่งจะสถาปนาได้ไม่นานถึง 2 ครั้ง คือ สงคราม 9 ทัพและการศึกท่าดินแดง แต่ต้องพ่ายแพ้กลับไป

ในขณะเดียวกันก็ทรงเกณฑ์แรงงานทาสจำนวนมากเพื่อมาสร้าง “เจดีย์มิงกุน” เพื่อประดิษฐาน “พระทันตธาตุ” ที่ได้มาจากพระเจ้ากรุงจีน โดยทรงมุ่งหวังให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์ในพุกาม และใหญ่โตโอฬารกว่า “พระปฐมเจดีย์” ในสยามประเทศ ซึ่งในเวลานั้น ถือว่าเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในสุวรรณภูมิ

เกิดแรงกดดัน ส่งผลให้ข้าทาสชาวยะไข่ หรือชาวอาระกัน จำนานห้าหมื่นคนหลบหนีการกดขี่แรงงานไปอยู่ในเขตเบงกอล ซึ่งเป็นดินแดนในอาณัติของอังกฤษ แล้วซ้องสุมกำลังเป็นกองโจร ลอบโจมตีกองทัพพม่าอยู่เนืองๆ โดยพม่ากล่าวหาว่าอังกฤษหนุนหลัง กลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามระหว่างพม่าและอังกฤษในเวลาต่อมา และทำให้พม่าเสียเมืองในที่สุด

งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนดำเนินไปได้เพียง 7 ปีเท่านั้น พระเจ้าปดุงเสด็จสวรรคตหลังจากที่ทรงพ่ายแพ้ไทยในศึก 9 ทัพ

ส่วนมหาเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่ตามความมุ่งหวังของพระองค์จึงเสร็จเพียงแค่ฐาน ถึงกระนั้นก็ยังสูงถึง 50 เมตร
ส่วนรอยแตกร้าวที่ฐาน เกิดจากเหตุแผ่นดินไหวในปี พ.. 2381

หากพระเจดีย์สร้างเสร็จตามแผน คงจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่อลังการที่สุดและสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 152 เมตร ก็เป็นได้

ที่มา : oknation.net/blog/supawan



ที่เจดีย์มิงกุน (Mingun Paya) มีจุดท่องเที่ยวหลักๆให้ชมอยู่ 3 ที่ครับ คือ ตัวเจดีย์มิงกุนเอง ,ระฆังมิงกุน และเจดีย์ชินพิวเม (เมี๊ยะเต็งดาน)

ระฆังมิงกุน


เดินจากเจดีย์มิงกุนไปไม่ไกลนัก  ระหว่างทางจะผ่านร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่เรียงราย เป็นที่ตั้ง “ระฆังมิงกุน”  เป็นความตั้งใจที่พระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้าง เพื่ออุทิศถวายแก่เจดีย์มิงกุน ระฆังจึงมีขนาดที่คู่ควรกัน 





ระฆังมิงกุนมีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน …
เล่า..กันว่า..พระเจ้าปดุงไม่ทรงต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบตน จึงรับสั่งให้ประหารนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ

ปัจจุบันระฆังใบนี้ถือว่าเป็นระฆังยักษ์ที่เล็กกว่าระฆังแห่งพระราชวังเคลมลินในกรุงมอสโคเพียงใบเดียว แต่ระฆังเคลมลินนั้นแตกร้าวไปแล้ว ไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก … ส่วนระฆังมิงกุนจึงเป็นระฆังยักษ์ที่สามารถส่งเสียงก้องกังวานได้จริงๆที่เหลืออยู่บนโลก

เจดีย์ชินพิวเม (เมี๊ยะเต็งดาน)


ถ้าเราเดินไปอีกนิด ไม่ไกลจากระฆังมิงกุน จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์ที่ได้ชื่อว่าสวยมากแห่งหนึ่ง  ได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาล แห่งลุ่มน้ำเอยาวดี  นั่นคือ เจดีย์ชินพิวเม หรือเมี๊ยะเต็งดาน





เจดีย์ชินพิวเม  สร้างขึ้นในปี พ.. 2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร

สาระสำคัญอยู่ที่ เจดีย์องค์นี้เป็นพุทธศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยหลักภูมิจักรวาล ก็คือ มีองค์พระเจดีย์อยู่ตรงกลาง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ ที่เชื่อกันว่าเป็นแกนกลางของจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ






มิงกุนเหลือเพียงซากกองอิฐอันยิ่งใหญ่มโหฬาร ไว้ให้ชื่นชม แม้ว่าจะสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่เจดีย์แห่งนี้ก็กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปโดยปริยาย  นักท่องเที่ยวสามารถชมความยิ่งใหญ่ของเจดีย์แห่งนี้ได้เมื่อเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือบนแม่น้ำอิระวดี เมืองมัณฑะเลย์   


Learn more »

วัดกุโสดอร์ ในเมืองมัณฑะเลย์

วัดกุโสดอร์  (Kuthodaw Pagoda)




สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองมัณฑะเลย์ อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่เมื่อมาเยือนที่เมืองนี้ ครับ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากให้เพื่อนๆได้ไปชมกันนั้น เป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญมากอีกแห่งหนึ่งในมัณฑะเลย์ที่พระเจ้ามินดงทรงสร้างขึ้นนั่นเองครับ นั่นก็คือ วัดกุโสดอร์ ”  เป็นวัดที่สร้างขึ้นพร้อมๆ กับการสร้างเมืองในปี พ.ศ. 2400 

ที่นี่เป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 ครับ พระเจ้ามินดง ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบ พระเจดีย์มหาโลกมารชิน มีความสูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกามนั่นเองครับ



ก่อนจะเข้าวัดจะมีสาวน้อยสาวใหญ่แปะแป้งทาหน้า ที่เรียกว่า ทานาคามาขายดอกไม้พวงมาลัย เพื่อให้เราเข้าไปนมัสการสิ่งศักดิสิทธิ์ข้างในวัด ด้านใน เมื่อเดินตรงเข้ามาจะเจอพระเจดีย์มหาโลกมารชิน ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกามอย่างที่บอกไปตอนแรกครับ สวยงามจริงๆ   ด้วยความสีทองขององค์เจดีย์ที่เปล่งประกาย น่าประทับใจมาก

บรรยากาศของบริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นพิกุลมากมายเรียงรายกันอยู่โดยรอบ  ในจำนวนนี้จะมีอยู่ต้นหนึ่งที่อายุเก่าแก่ที่สุดกว่า 250 ปีขนาดลำต้นใหญ่ประมาณ 10 คนโอบ กิ่งก้านสาขาก็ยื่นสยายร่มเงา จนต้องมีเสาค้ำไว้เป็นระยะๆ หากเดินเข้าไปจนสุดด้านในจะได้พบเจดีย์ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวชิกองในพุกามและยังมีแบบจำลองผังของวัดให้ชมด้วย

เชื่อมั้ยครับว่า พม่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆอีกมากมายรอให้เราได้ไปสัมผัสอีกเยอะ



ไปเที่ยวพม่ากันครับ


Learn more »

มัณฑะเลย์ฮิลล์ (Mandalay Hill)



ถ้ามามัณฑะเลย์ ต้องมา มัณฑะเลย์ฮิลล์ (Mandalay Hill) ครับ สำหรับเนื้อหาการท่องเที่ยวพม่า เมืองมัณฑะเลย์นี้ เราขอนำเพื่อนๆไปชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองมัณฑะเลย์ บนยอดมัณฑะเลย์ฮิลล์ (Mandalay Hill) ครับ

เพื่อไม่ให้ใครเขาว่าได้ ว่ามาไม่ถึงมัณฑะเลย์ ถ่ายรูป มัณฑะเลย์ฮิลล์ ไว้เป็นหลักฐานสักรูปก็คงไม่ผิดครับ

มัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่กลางเมืองมัณฑะเลย์ครับ มีความสูง 236 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีปูชนียสถานสำคัญๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ทั้งธรรมชาติ การชมทิวทัศน์อันสวยงามที่สุด และสามรถมองเห็นเมืองมัณฑะเลย์ ได้เกือบทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส เที่ยวชมตลอดเวลา

ภายในมีปูชนียสถานสำคัญๆ อย่างเช่น วิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระบรมธาตุที่ขุดพบที่แคว้นคันธารราษฎร์ ในประเทศอินเดีย  เมื่อเเดินขึ้นไปเกือบถึงยอดเขา จะเห็นพระพุทธรูป “ชเวยัตดอร์” ประทับยืนขนาดใหญ่ปิดทองทั้งสององค์ ทางพม่าเรียกว่า ปางพยากรณ์ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าดินแดนนี้เจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา และจุดสำคัญเลยก็คือ บนยอดเขามัณฑะเลย์ มีวิหาร ซูตองพญา รูปทรงคล้ายมณฑปครอบพระมหามัยมุนี ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระสมณโคดม รอบวิหารมีระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพเมืองมัณฑะเลย์ และสามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดี พระบรมมหาราชวัง วัดกุโสดอว์ ด้วย




สำหรับเพื่อนๆที่จะเดินทางไปมัณฑะเลย์ฮิลล์นั้น มัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่กลางเมืองมัณฑะเลย์ ครับ ปากทางขึ้นมีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่สองตัว และหากว่าท่านไม่อยากเดินขึ้นบันได 7,292 ขั้น ก็สามารถนั่งรถสองแถวขึ้นได้ เพราะที่นี่เขามีบริการรถสองแถวสามารถขึ้นถึงบนยอดมัณฑะเลย์ได้ ซึ่งท่ารถอยู่เชิงเขาทางขึ้นและมีบริการรับส่งตลอดเวลาเลย แต่จะไม่ผ่านจุดชมที่หนึ่งและจุดชมที่สอง นักท่องเที่ยวบางคนจึงใช้วิธีขึ้นรถไปจนถึงจุดชมวิวบนยอดเขา และขากลับก็เดินลงทางบันไดเอานั่นเองครับ


เมืองมัณฑะเลย์ ไม่ได้มีแค่ มัณฑะเลย์ฮิลล์ที่สวยงามเท่านั้นนะครับ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อย่างเช่น พระมหามัยมุนีวิหารชเวนันดอร์พระราชวังมัณฑะเลย์วัดมหากันดายงค์วัดกุโสดอร์สะพานไม้อูเบ่ง ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเก่าแก่ของเมืองมัณฑะเลย์เลยก็ว่าได้ และสถานที่ท่องเที่ยวแต่ล่ะที่ก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่เลย


Learn more »

4 โรงแรมราคาคุ้ม และที่พักทั้งหมดในมัณฑะเลย์



สำหรับท่านที่กำลังมองหารที่พักในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า  วันนี้เรานำข้อมูลที่พักมาฝากเพื่อนๆที่น่ารักกันครับ  เราจะเห็นว่าการมองหาโรงแรมนั้นไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน เพียงเข้าไปเว็บไซต์จองโรงแรมดังๆอย่าง agoda หรือเว็บไซต์อื่นๆอีกมากมายที่รับจองโรงแรม คุณก็สามาหาหาที่พักให้กับการท่องเที่ยวของคุณได้อย่างง่ายดาย และบทความนี้ก็เช่นเดียวกัน เพื่อความสะดวกแก่เพื่อนๆที่เข้ามาชมเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมียนมาร์  เราจึงนำข้อมูลโรงแรม ที่พักมาฝากกันเพื่อความสะดวกในการมองหาที่พักในเมียนมาร์ครับ

4 โรงแรมราคาคุ้ม และที่พักทั้งหมดในมัณฑะเลย์



โรงแรมนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมัณฑะเลย์ครับ แวดล้อมด้วยตั้นไม้ขัยวชะอุ่ม ติดกับพระราชวังมัณฑะเลย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ << Click


เป็นโรงแรมระดับ 2 ดาวครับ อยู่ใจกลางเมืองมัณฑะเลย์เช่นเดียวกัน ราคาไม่แพงเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความสะดวกสบายที่ได้รับ  สามารถเดินทางไปยังโรงภาพยนต์มินทาและสถานีรถไฟมัณฑะเลย์ได้อย่างสะดวกและมีระยะทางไม่ไกลจากโรงแรม ดูรายละเอียดเพิ่มเติม<< Click


เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าพักครับ มีการตกแต่งประดับด้วยสวนสวยงามเพื่อให้ลูกค้าได้รับการพักผ่อนที่ดีที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การบริการที่ยอดเยี่ยม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ << Click

เป็นอีกหนึ่งโรงแรมราคาประหยัด ที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่กว้างขวาง ห้องพักทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารหลายแห่งในสถานที่ของโรงแรมไว้คอยบริการด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ << Click




โรงแรมระดับเฟิร์สคลาส  Mandalay Hill Resort Hotel




ว่าจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ สำหรับโรงแรมแห่งนี้ ที่ถือได้ว่าเป็นโรงแรมระดับเฟิร์สคลาสที่ใครๆก็อยากพัก Mandalay Hill Resort Hotel ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมัณฑะเลย์ครับ ด้วยมาตรฐานระดับ 5 ดาวแห่งนี้ให้บริการห้องพักพร้อมด้วยการตกแต่งที่สวยงามและหรูหรา บริการครบวงจร เรียกได้ว่าถ้ามาพักที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรครับ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ << Click






โรงแรมทั้งหมดในมัณฑะเลย์

(คลิกที่รายชื่อโรงแรมเพื่อดูรายละเอียดได้เลยครับ)



ข้อมูลจาก hoteltravel.com
Learn more »

LIKE US ON FACEBOOK